Health

  • หวานซ่อนคม รู้ทันสารแทนน้ำตาลอาจทำให้น้ำหนักลดลงได้
    หวานซ่อนคม รู้ทันสารแทนน้ำตาลอาจทำให้น้ำหนักลดลงได้

    หลายคนคงเคยมีข้อสงสัยว่าบรรดาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่โฆษณาว่ามีปริมาณน้ำตาล 0% นั้นหากดื่มเข้าไปแล้วจะทำให้อ้วนเหมือนกับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลตามปกติหรือไม่

    ในเรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบคำอธิบายว่าเหตุใด การดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 0% จึงไม่สามารถทำให้หลายคนมีหุ่นผอมเพรียวตามที่ต้องการได้ ซ้ำร้ายอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

    หวานซ่อนคม รู้ทันสารแทนน้ำตาลอาจทำให้น้ำหนักลดลงได้

    สำหรับผู้ที่เคยดื่มจะพบว่า เครื่องดื่มที่กล่าวอ้างว่าไม่มีน้ำตาลหรือมีน้ำตาล 0% นั้งยังมีรสหวานเหมือนน้ำตาลอยู่ ซึ่งเป็นผลของสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล เช่น ขัณฑสกร,แอสปาเทม, ไซลิทอล, ซัคคารินและอื่นๆ

    ซึ่งผู้ผลิตเครื่องดื่มจะนิยมใช้แอสปาเทม เนื่องจากมีรสชาติใกล้เคียงน้ำตาลทรายมากที่สุดและให้ความหวานประมาณ 200-300 เท่าของน้ำตาลทรายในปริมาณเดียวกัน

    ดร.อามันดา เพน เจ้าของผลงานวิจัยซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารโรคอ้วน อธิบายว่า การบริโภคน้ำตาลฟรุกโตส, สารให้ความหวานและน้ำตาลแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก จะส่งผลให้แบคทีเรียในลำไส้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างความผิดปกติแก่การส่งสัญญาณอิ่มและกระบวนการเผาผลาญ

    โดยตามปกติแบคทีเรียในลำไส้มีหน้าที่ย่อยอาหารและให้กรดไขมันสายสั้นออกมา ซึ่งกรดไขมันนี้เป็นสิ่งที่ให้พลังงานกับร่างกายและแบคทีเรียชนิดเดียวกันนี้ นอกจากจะย่อยอาหารทั่วไปแล้ว ยังสามารถปรับตัวให้ย่อยสารให้ความหวานแทนน้ำตาลและน้ำตาลแอลกอฮอล์ได้ด้วยเช่นกัน

    ดังนั้น เท่ากับว่าร่างกายจะได้รับพลังงานจากเครื่องดื่มน้ำตาล 0% เช่นเดียวกับเครื่องดื่มปกติ แต่เนื่องจากผู้บริโภคมักจะดื่มเครื่องน้ำตาล 0% ในปริมาณมากด้วยความเข้าใจว่าไม่มีน้ำตาล จึงทำให้บางกรณีร่างกายกลับได้พลังงานมากกว่าการดื่มเครื่องดื่มปกติเสียอีก

    นอกจากจะให้พลังงานแล้ว กรดไขมันสายสั้นยังส่งผลต่อความรู้สึกอิ่มด้วย โดยการขัดขวางไม่ให้ร่างกายส่งสัญญาณอิ่มไปยังสมอง การขัดขวางดังกล่าวส่งผลให้เกิดการบริโภคอาหารมากเกินความจำเป็นในกรณีที่ดื่มเครื่องดื่มน้ำตาล 0% พร้อมกับรับประทานอาหาร

    เมื่อรวมกับรสชาติหวานที่ลิ้นได้รับซึ่งหลอกสมองว่ากำลังจะได้รับพลังงาน แต่เมื่อได้น้อยกว่าปกติสมองจะสั่งให้ทานอาหารมากขึ้นเพื่อให้ได้พลังงานตามปกติ ยิ่งทำให้มีการบริโภคอาหารมากขึ้นไปอีก

    ไม่เพียงเท่านี้ แม้ยังไม่มีหลักฐานอย่างเป็นทางการ แต่นักวิทยาศาสตร์กำลังสงสัยว่ากรดไขมันสายสั้นอาจมีความเกี่ยวข้องกับการอักเสบของเยื่อบุผนังลำไส้ ซึ่งหากเยื่อบุผนังลำไส้อักเสบและทะลุ แบคทีเรียในลำไส้จะสามารถหลุดเข้าสู่กระแสเลือดจนนำไปสู่โอกาสเกิดโรคอื่นๆ เช่น เบาหวานแบบที่ 2, โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ

    นี่เป็นเหตุที่อธิบายว่าเหตุใด ผู้ที่ตั้งใจดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 0% แทนเครื่องดื่มปกติเพื่อลดความอ้วน กลับมีน้ำหนักตัวและรอบเอวเพิ่มขึ้น

    โดยสามารถเปรียบเทียบพบว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 0% เฉลี่ยวันละประมาณ 2 กระป๋อง ในระยะเวลา 10 ปี คนกลุ่มนี้จะมีขนาดรอบเอวเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแบบปกติ ถึง 5 เท่า

    เพราะฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ด้วยการหันไปดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำผักผลไม้คั้นสดแทน

    เนื้อหาจาก: https://www.thaihealth.or.th/

    ติดตามอ่านต่อได้ที่  samesake.com

Economy

  • สถานะธนาคารรัฐทั้งหมดยังแข็งแกร่ง
    สถานะธนาคารรัฐทั้งหมดยังแข็งแกร่ง

    สถานะธนาคารรัฐทั้งหมดยังแข็งแกร่ง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศหลายแห่ง ทั้งทริสเรทติ้ง, มูดีส์ อินเวสเตอร์ส และฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงิน ของรัฐหลายแห่ง ทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิม แบงก์) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

    โดยพบว่าแม้ต้องเผชิญวิกฤติโควิด-19 และเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน แต่สถานะธนาคารรัฐทั้งหมดยังแข็งแกร่ง และคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ระดับสูง

    นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ทริส เรทติ้ง ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของ ธอส.ในระดับ AAA เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน รวมทั้งแนวโน้มอันดับเครดิตในระดับคงที่เช่นเดียวกับมูดีส์ที่คงอันดับเครดิตองค์กรในระดับ Baa1 และ แนวโน้มอันดับเครดิตระดับคงที่

    ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร และบริหารจัดการหนี้เสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหนี้เสียต่ำกว่า 5% ของสินเชื่อคงค้าง และ ตั้งสำรองหนี้สูญไว้สูงถึง 185%

    ขณะที่นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) คงอันดับเครดิตภายใน ประเทศระยะยาวของธนาคารที่ AAA เป็นปีที่ 17 ติดต่อกัน

    และมี แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในบทบาท ของธนาคารในการพัฒนาประเทศหลังโควิด อีกทั้งผลดำเนินงานยังดีขึ้น พลิกจากขาดทุนสุทธิเกือบ 1,340 ล้านบาทในปี 63 เป็นกำไรสุทธิ 1,531 ล้านบาท ในปี 64 สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งมา

     

    ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของธนาคารที่ระดับ AAA เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน และแนวโน้มอันดับเครดิตคงที่ โดยทริสมองบทบาทอันแข็งแกร่งของธนาคารในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลช่วงโควิดระบาด

    ที่สำคัญมีกำไรสุทธิปี 64 ถึง 52.2% ของกำไรสุทธิของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้งหมด ส่วนนายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่า ฟิทช์เรทติ้งส์ คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่สูงสุด AAA และแนวโน้มอันดับเครดิตคงที่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง.

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : samesake.com